
ตอนที่ 2 (Bug 1958-1967)
นับตั้งแต่ที่เต่า Model change ในปี 58 ซึ่งมีการเปลี่ยน หลายอย่างจากรถเต่าจอไข่ ได้แก่ขนาดกระจกที่กว้างขว้างขึ้น ซึ่งที่สำคัญคือหน้าปัดถ์รถ ที่ปรับแบบไม่เหลือโครงเดิมนัก

รถเต่าตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นไป จะมีช่องวิทยุแบบเดียวกันหมดคือ อยู่ตรงกลางของ ซึ่งการติดตั้งแสนจะง่ายดายคือ เอาแผ่นปิดวิทยุ (Block off radio) ออก แล้วนำวิทยุไปใส่แทน โดยช่องลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นช่อง มาตรฐานวิทยุทั่วไปในยุคนั้น ส่วนของลำโพง ก็นำไฟติดตั้งหลัง grill หน้าปัทม์ รวมถึง option พิเศษ ที่นำลำโพง ไปติดที่ด้านหลัง
ภาพล่างเป็น dashboard ที่มี ที่ปิดวิทยุ (block off radio) 
ภาพเมื่อติดตั้งวิทยุเข้าไป
ลำโพงที่เป็น option พิเศษ จะติดอยู่ด้านหลัง ตรงช่องวางกระเป๋า

ในส่วนของวิทยุก็มีหลายหลายยี่ห้อ ถ้าพูดถึง vw ต้องนึกถึง made in german ... ดังนั้น อันดับแรก ๆ ของวิทยุก็ต้องเป็น Blaupunkt ของเยอร์มัน รองลงมาคือ Becker โดย Blaupunkt อย่างที่เคยบอกไปใน ตอนแรกแล้วว่า เป็นวิทยุที่มีหลายหลายรุ่นมากตามการใช้งาน แต่ละรุ่นตั้งชื่อตามชื่อเมือง

โดยรถที่ขายในเยอร์มัน สามารถเลือกรุ่นได้ตามใจ แต่รถที่ส่งออกจากเยอร์มัน เฉพาะรุ่น Deluxe จะติดวิทยุมาให้ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ติดตั้ง จะมีเพียงรุ่นเดียว คือ Bremen เท่านั้น (รับสัญญาน AM อย่างเดียว แฮะ ๆ ของแถม ก็อย่างนี้ละครับ)
ดูจากภาพนะครับ ปุ่ม memory ก็ไม่มี (ปุ่ม memory เอาไว้กดตามช่องที่เราตั้งไว้เอง)

จากภาพล่างจะเห็นนะครับว่า หน้ากากวิทยุ ถ้าเป็นของรถเต่า ที่ส่งออกแท้ ๆ ตั้งแต่ปี 1958 นี่ละครับ จะมีจุดสำคัญให้เห็นคือ มีคำว่า W O L F S B U R G (รถที่ส่งขายในประเทศไทย วิทยุก็เป็น Blaupunkt เหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยเห็นนักในเต่า ส่วนใหญ่รถที่มีวิทยุครบ ๆ มา จะเป็นจำพวก type3)

เสน่ห์ของวิทยุ Blaupunkt คือคุณภาพ และหน้าตาสวย ที่ที่นักเล่นให้ความสำคัญคือ ลาย และตัวอักษร ที่อยู่บนช่องปรับคลื่น ซึ่งมีความสวยงาม
เพิ่มเติมนะครับ วิทยุ Blaupunkt นี่นะเป็นผู้ผลิตวิทยุ ให้รถยนต์ของเยอร์มัน ตั้งแต่ Porsche, Mecedez Benz, ไปจนถึงรถประเทศอื่น เช่น jaguar และรถสัญชาติอิตาลี อย่าง Ferrari ด้วย แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันหมดนะครับ ถึงแม้ว่ารถต่างยี่ห้อ ที่ใช้วิทยุรุ่นเดียวกัน เช่น Porsche กับ Ferrari ใช้รุ่น Frankfurt แต่ตัวปุ่มหมุน และหน้ากาก ก็เป็นคนละแบบกัน
---------------------------------
ข้ามมายังฝั่ง อเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกรถเต่าที่สำคัญของเยอรมันเช่นกัน ทาง Dealer ของอเมริกา ก็ยังคง concept เดิม คือหาอะไรที่มันเป็นอเมริกัน ใส่เข้าไป ดังนั้นรถเต่าที่ขายในอเมริกาจะมี option เสริม ที่แตกต่าง จากทางยุโรป
วิทยุที่ติดมาได้แก่ยี่ห้อ Bendix และ Motorola เท่านั้น (แต่เริ่มในปี 60 เป็นต้นไปนะครับ เพราะเต่าที่นำเข้าปี 58 และ 59 ใช้วิทยุ Blaupunkt) ซึ่งสำหรับผมเป็นเรื่องน่าแปลกว่า ไอ้เจ้า bendix หรือ Motorola มันเข้ากันกับเต่า มากกว่า เสียอีก รวมถึงหน้ากากวิทยุ (Face plate) ที่ลงตัวมาก ๆ โดยมีคิ้วต่อออกมาให้ด้วย (ของ Blaupunkt ก็มีหน้ากากวิทยุที่ต่อจากคิ้วเหมือนกันนะครับ แต่ไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อนกัน)


โดยวิทยุที่ติดในรถเต่าที่อเมริกานั้น ชื่อรุ่นที่เรียกขานคือ Sapphire โดยมีตั้งแต่ 1 จนถึง 10 กว่า ๆ แน่ะครับ แต่สำหรับเต่าตาหวาน (1958-1967) จะมีแค่เพียง Sapphire 1-5 เท่านั้น


โดยจริง ๆ ทั้ง 5 รุ่นนี้สามารถใส่เต่าตาหวานได้หมดครับ แต่ถ้าจะให้ตรงรุ่นจริง ๆ สาธยายยาวครับ เช่น ตรงรุ่นของปี 1960 จะเป็นรุ่น 0BV ซึ่งปุ่มเป็นแบบตั้ง รายละเอียดพวกนี้มีเยอะฮะ สาธยายให้ฟังจะหลับซะก่อน เอาไว้ใครอยากจะหามาเป็นเจ้าของ Mail มาถามละกันครับ ที่ bluepawn@thaivwclub.com (Trick นิดนึงครับ เฉพาะ Sapphire 1 - 2 เท่านั้นมีเป็นปุ่มสีงา Sapphire 3 - 4 จะเป็นปุ่ม โครเมี่ยม ส่วน Sapphire 5 จะเป็นปุ่มยาง)
ยังไม่หมดครับ ของ Motorola ยังมีรุ่นอื่น ๆ อีกเช่น ดังรูปล่างครับ

ไม่ต้องงงนะครับ ทำไม่รุ่นนี้ตีตรา Motorola หราเลย มันเป็นอย่างนี้ครับ เจ้า Sapphire เป็นวิทยุที่ Bendix และ Motorola เป็นผู้ผลิตให้ (OEM : original equipment manufacturer) บางปีก็ให้โชว์ยี่ห้อ บางปีก็ไม่ครับ แต่ตัวที่ให้ดูนี้เป็น Motorola ผลิตมาขายให้เต่าเองเลย
โอเคครับ สำหรับตอนนี้คงจะหมดเท่านี้ พอหอมปากหอมคอแล้ว สำหรับตอนหน้ารถตู้หน้าวี คอยติดตามนะครับ
Part1- Part2- Part3- Part4- Part5- Part6
|