|
สวัสดีครับ วันนี้จะมาว่ากันถึงเรื่องรถตู้ Type 2 หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า โฟลค์ตู้หน้าวี ในส่วนต่างประเทศ ก็เรียกกันแตกต่างกันออกไปหลายชื่อ เช่น Split window ; Split winshield; Split screen; Van Type2 ในบ้านเราบางท่านก็เรียกว่า รถตู้หัวรถไฟ รถตู้หน้ากางเกงใน (เรียกซ๊ะหมดหล่อ)
รถตู้หน้าวี เริ่มผลิตออกมาแบบเป็นจริงเป็นจัง ตั้งแต่ปี 1949 ไปสุดปีสุดท้ายที่ปี 1967 ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่ว ๆ ไป ว่าสเปคที่ผลิตออกมาจากเยอรมัน นั้นจบที่ปี 1967 แต่ทว่าในบางประเทศ เช่น South Afarica หรือ Brazil ยังมีรถหน้าวีผลิตไปถึงปี 1975 (ซึ่งอันนี้ผมไม่มีข้อมูล แน่ชัดถึงปีสุดท้ายจริง ๆ ที่ยังมีการผลิตออกมา อันนี้ข้อมูลได้มาจากรถที่มีออกมาขายในเวลานี้ ในเวปยอดฮิต ปีใหม่สุดที่เคยเห็นคือปี 1975 แต่ไม่คิดว่าเป็นรถที่ผลิต ออกมาจากโรงงานในเยอรมันน่ะครับ คาดว่าจะผลิตจากชิ้นส่วน ที่มีหลงเหลือในโรงงานประกอบของประเทศนั้น ๆ อันนี้ผิดถูกอย่างไร ต้องขออภัยไว้ด้วยครับ เพราะผมเองก็ไม่มีข้อมูล ใช้วิธิวิเคราะห์เอานะครับ)
หน้าวี่แบ่งเป็น Generation ใหญ่ๆได้สองรุ่นครับ
คือรุ่น 1949-Early 1955 ซึ่งมีชื่อเรียกกันเป็นสากลว่า รุ่น Barndoor ซึ่งเป็นรุ่นที่ หลงเหลืออยู่ไม่มากนักในปัจจุบันนี้
จุดสังเกตุของรุ่น บานดอร์คือ ประตูท้ายเครื่องมีขนาดใหญ่กว่ารุ่น ปี 55-67


ด้านหน้า หลังคาจะไม่มี กันสาด ไม่มีช่องดักแอร์เข้าภายในรถ

52 Panel Barndoor Bus

54 Single Cab Barndoor

กันชนของบานดอจะเป็นแบบ กันชนปั๊ม


ด้านในของ รถรุ่น Barndoor Dash Board จะแตกต่างจากรุ่น หลังปี 55-67
รุ่น Barndoor พวงมาลัยก็แตกต่างจากรุ่นปี 55-67 ซึ่งบานดอจะเป็นรุ่น 3 ก้าน
นอกจากนี้ รุ่น บานดอร์แสตนดารด์ ก็มีแผง Dash Board ที่แตกต่างไปจากรุ่น Deluxe คือมีแผงหน้าปัทม์เดี่ยว
สังเกตุตามรูป มาตรวัดความเร็วจะเป็นแบบย้อน คือเข็มจะวิ่งจากขวา มาซ้าย ปุ่มยกเลี้ยวจะไม่มี อาศัยการบิดของปุ่มด้านข้างมาตรความเร็ว กุญแจทำหน้าที่แค่เปิดระบบไฟ ส่วนปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ จะอยู่ด้านข้าง




ภาพนี้เป็น Dash Board ของรุ่น Deluxe Barndoor ครับ จะเป็นแผงเต็ม มีช่องใส่ นาฬิกาและวิทยุ นอกเหนือจากเรือนไมล์ (วิทยุเป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งต้องซื้อเพิ่มเติมในตอนนั้น)
พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านเหมือนรุ่นธรรมดา แตกต่างกันตรงสีของ Deluxe จะเป็นสีงาช้าง... พวงมาลัยแบบ 3 ก้านของบานดอจะมี 2 รุ่น คือรุ่นที่คอเป็นเกลียว 1949 - 1951 กับรุ่นที่เป็นแบบ chruch หรือแบบลิ่ม 1952 - 1955


รุ่นที่ 2 Late 1955-1967 ซี่งเป็นรุ่นที่เราเห็นกันทั่ว ๆไป ที่ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่พอสมควรในปัจจุบัน
สำหรับในรุ่นที่ 2 นี้ยังแตกออกไปได้เป็น 2 แบบย่อย
คือ 1955-1963 จะเป็นรุ่น จอหลังแคบ ประตูห้องเครื่องจะเล็กกว่าของรุ่นแรกเยอะครับ
รุ่นจอหลังแคบ ประตูห้องเครื่องเล็ก นั้นจะเริ่มที่ปี 55- 63
รุ่นนี้ จะมีลักษณะสังเกตุหลายอย่างเช่น ในปี 55-58 จะได้กันชนแบน หรือกันชนปั๊ม ไฟท้ายเล๊ก ไฟเลี้ยวหน้าแบบ Bullet
สองภาพนี้เป็นรุ่นปี 1956 สังเกตุได้จากไฟท้าย ฝาห้องเครื่องแบบเรียบ และมีไฟเบรคฝังอยู่ด้านบน ซึ่งจะมีในปี 1955-1957 กันชนแบนหรือปั๊มแบบนี่จะเริ่มมีมาตั้งแต่รุ่น บานดอร์ ไปสิ้นสุดที่ปี 1958


ในภาพนี้คือ ปี 1958 สังเกตุได้จากไฟท้ายอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าใน รุ่นปี 59-61 และเป็นปีเดียวที่ได้ ฝาห้องเครื่องแบบเรียบ คือไม่มีสันนูนตรงไฟส่องทะเบียนท้าย และไม่มีไฟเบรคฝังอยู่ด้านบนครับ


รุ่น จอแคบนั้น จะเริ่มเปลี่ยนไปใช้กันชนรุ่น ใหม่ในปี 1959 และไฟท้ายกลมเล็กที่เลื่อนลงมาในตำแหน่งที่ต่ำลงกว่าเดิม ไฟท้ายกลมเล็กก็ใช้ไปจนถึงปี 1961
ภาพนี้คือรุ่น จอแคบ - กันชนรุ่นใหม่ ซี่งเป็นรุ่นระหว่างปี 1959-1961 สังเกตุ ฝา้ท้าย (ฝรั่งเรียก decklid) จะมีสันนูนขึ้นมาตรงไฟส่องทะเบียนท้าย ซึ่งเป็นฝาท้ายแบบใหม่


ภาพนี้เป็นจอแคบปี 63 ไฟท้ายจะเปลี่ยนเป็นแบบ แคปซูลแล๊ว กันชนรุ่นนี้เริ่มต้นที่ปี 1959

และรุ่น 1964 -1967 จอหลังกว้าง (ในรูปกระจกหลังแบบเปิดได้ เป็นของ aftermarket คือแบบที่ทำมาทีหลัง ไม่ได้ทำมาจากโรงงานโฟล์คสวาเก้น
เจอกันใหม่ตอนหน้าครับ ... ตอนหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าวี 1955-1967 และจะมีเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหน้าวีครับ
Part1- Part2- Part3
|