|
Crank = ข้อเหวี่ยง
ข้อเหวี่ยงเดิมของเต่า 1300 จะมีขนาด 69 มม. ครับ ถ้าเป็นเต่า 1200 จะมีขนาด 64 มม. ครับ
ข้อเหวี่ยงถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ของเครื่องยนต์เลยล่ะครับ เพราะอะไร ๆ ก็หมุนอยู่กับข้อเหวี่ยงตลอดเวลา ข้อเหวี่ยงไม่ดี ก็สามารถทำให้เครื่องพังได้เหมือนกัน ข้อเหวี่ยงดี ๆ ก็ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดี และทนทานได้เช่นกัน
ข้อเหวี่ยงอันแรกของเครื่องโฟล์คนั้น ใช้ในรถต้นแบบในปี 1930 ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาอย่างหยาบ ๆ โชคดีที่มันขาดไปซะก่อน ระหว่างทำการวิ่งทดสอบกันอยู่ ทำให้ต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิตเสียใหม่ โดยวิธีการแมชชีนที่มีมาตรฐานและใช้วิธีนี้มาตลอด 50 ปี ข้อเหวี่ยงโฟล์คนั้นหมุน โดยใช้ชาร์ฟอกทั้งหมด 4 ชุด

ไม่เหมือนกับเครื่องลูกสูบแถวเรียงทั่วไป ที่ใช้มากกว่านั้น โดยจะเรียกชาร์ฟทั้ง 4 เป็นเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 4 โดยเบอร์ 1 จะอยู่ที่ด้านที่ติดกับฟลายวีล ไล่เบอร์ 2 ถึง 4 มาทางด้านพูลเลย์ ชาร์ฟเบอร์ 2 จะอยู่ตรงกลางข้อเหวี่ยง เป็นแบบผ่าซีกคือจะมี 2 ชิ้นเพื่อแปะกับเสื้อเครื่องซีกละชิ้น เวลากระกอบ ส่วนชาร์ฟเบอร์ 1 จะเป็นแบบชิ้นเดียว และต้องสวมตัวชาร์ฟเข้ากับข้อเหวี่ยงก่อนเวลาประกอบ และระหว่างข้องเหวี่ยงกับฟลายวีลจะมีชิม 3 ชิ้นคั่นเอาไว้เพื่อตั้งระยะ End-play ชาร์ฟเบอร์ 3 จะอยู่ระหว่างเฟืองขับแคมกับก้านสูบ 2 เป็นแบบชิ้นเดียวเช่นกัน ส่วนชาร์เบอร์ 4 จะอยู่ที่ปลายข้อเหวี่ยงด้านพูลเลย์ อยู่ระหว่างพูลเลย์หลัก กับเฟืองขับจานจ่ายชาร์ฟทุกตัว จะมีพินล็อกกับเสื้อเครื่องทุกชิ้น

เวลามันอยู่ในเครื่องยนต์มันก็อยู่อย่างนี้แหละครับ
ข้อเหวี่ยงของเครื่อง 25 และ 30 แรงม้านั้นจะเป็น PN (Part number) 111 105 111 ช่วงชัก 60 มม. Journal ที่ชาร์ฟเบอร์ 1-3 ขนาด 50 มม. ส่วนเบอร์ 4 ขนาด 40 มม. Journal ที่ก้านสูบขนาด 50 มม. พอในปี 1960 เครื่อง 34 แรงม้า (เลขเครื่องตั้งแต่ 5 000 001) จะใช้ PN 111 105 111A ขนาด Journal ที่ชาร์เบอร์ 1-3 เพิ่มเป็น 55 มม. และเบอร์ 4 เป็น 42 มม.
วัสดุที่นำมาทำข้อเหวี่ยงนั้นมาจากเหล็กหล่อคุณภาพสูง แต่เนื่องด้วยการออกแบบของมันน่ะแหละครับ โรงงานเค้าต้องให้ใช้รอบเครื่องไม่เกิน 5000 รอบ การออกแบบมันเลยเป็นเช่นนี้ ไม่มีตุ้มถ่วงน้ำหนักแบบข้อเหวี่ยงสมัยใหม่ แต่ก็สามารถรับกับการแบบรถบ้านธรรมดาได้ดีมาก ๆ ถ้าต้องการระเบิดพลังแล้วล่ะก็ คงไม่ถึงฝั่งฝัน และต้องนึกถึงระบบน้ำมันเครื่องซึ่งมันสำคัญมากนะครับ เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในระดับต้น ๆ เลยทีเดียว ไอ้เจ้าระบบน้ำมันเครื่องเดิม ๆ มันก็ไม่ค่อยเพียงพอหรอกครับ ถ้าเราเล่นรอบเครื่องมากกว่า 5000 รอบ สมัยก่อนผมเจอปัญหา ชารฟ์ละลายเยอะ เลยครับ ประเภทเครื่องพันหกเดิม ๆ แต่เจ้าของรถเล่นเหยียบซะสุดคันเร่ง สมัยก่อนแถว ๆ ภูธรบ้านผมของแต่งโฟล์คนั้นแทบจะไม่มี ปั๊มเดิม ๆ ส่งน้ำมันเครื่องไม่ทัน ผลก็ออกมาเป็นเช่นนี้แล
ในเดือนมกราคมปี 1963 เครื่อง 1500 ซีซีเปิดตัวกับรถไทพ์ 2 เป็นครั้งแรกก็เปลี่ยนข้องเหวี่ยงเป็นขนาด 69 มม. PN 311 105 101B ถามว่าทำไมอะไหล่ไทพ์ 2 ทำไมขึ้นต้นด้วย 311 ก็เพราะว่าใช้อะไหล่บางตัวร่วมกับรถไทพ์ 3 ด้วยน่ะซิครับ และในปี 1966 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยการใช้ยางริงซีลที่ฟลายวีลด้านที่ประกบกับข้อเหวี่ยง เพื่อให้ซีลกันน้ำมันเครื่องรั่วได้ดีขึ้น ซึ่งถ้าเป็นรุ่นเก่าจะใช้ปะเก็นโลหะบาง ๆ รอบ ความยาวบริเวณเพลาที่เสียบ กับฟลายวีลของข้อเหวี่ยงรุ่นเก่าและรุ่นใหม่จะยาวไม่เท่ากันโดยรุ่นเก่าจะยาว 7.1 มม. ส่วนรุ่นใหม่จะยาว 10.8 มม. จะเห็นได้ว่าฟลายวีลรุ่นเก่า จะใช้กับข้อเหวี่ยงรุ่นใหม่ไม่ได้ และฟลายวีลรุ่นใหม่ ก็จะใช้กับข้อเหวี่ยงรุ่นเก่าไม่ได้เช่นกัน ระวัง ๆ ในการเลือกซื้ด้วยนะครับ

ข้อเหวี่ยงเมื่อประกอบชิ้นส่วนทุกชิ้นแล้วก็หน้าตาประมาณนี่ล่ะครับ
เฟืองเฉียงน้อย ๆ คือเฟืองขับเฟืองแคม ส่วนที่เฉียงมากๆนั่นคือเฟืองขับจานจ่ายครับ
พอมาในปี 1967 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของข้อเหวี่ยงอีกครั้ง PN 311 105 101F ซึ่งใช้รูทางเดินน้ำมันเครื่องแบบ Cross drill ผลที่ได้ก็คือ สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันเครื่อง หล่อเลี้ยงชาร์ฟไม่พอได้ทั้งหมด Part1- Part2- Part3
|